================================================== -->

viewbet24com

เราต้องรู้สภาพปัญหาจริงๆของโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งผมเคยได้รับรายงานด้วยว่าบางเขตพื้นที่ ผอเขตพื้นที่ไม่เคยลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนเลย โดยเรื่องนี้จะเป็นตัวชี้วัดให้กับเขตพื้นที่ เพราะผมไม่อยากได้ตัวชี้วัดแบบรวมๆว่าเขตพื้นที่ไหนมีคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ โอเน็ต สูงหรือต่ำ มันไม่มีความหมายอะไรไม่สามารถเทียบเป็นตัวชี้วัดได้ อีกทั้งเมื่อดูสภาพตามความเป็นจริงที่ผู้ตรวจราชการ ศธเคยรายงานมาว่า พบโรงเรียนขนาดเล็กมีเด็กเรียน 1 คนต่อครู 1 คน ซึ่งประเด็นนี้เมื่อผมสอบถามสพฐก็พบว่า โรงเรียนไม่ได้ฝ่าฝืนนโยบายผมแต่อยู่ในความจำเป็นต้องทำ เช่น ในพื้นที่ไม่มีโรงเรียนเอกชน การเรียนรวมกับโรงเรียนอีกแห่งต้องเดินทางไกลมาก เป็นต้น ซึ่งนี่คือตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นของการลงพื้นที่ดูสภาพปัญหา รมวศธ กล่าว

  • เยี่ยมชมบล็อก:761671
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 503
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-04-05 18:27:39
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

วิษณุ ยัน คลัง-กรมบังคับคดี เดินหน้าอายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ย้ำยังมีเวลา 10 ปี ทนายปูเผยตั้งแต่ กค60 โดนยึดทรัพย์สินกว่า 30 รายการ รวมบ้านนวมินทร์มูลค่า 110 ล้าน ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนของกระทรวงการคลังในการเดินหน้าสืบทรัพย์ หลังศาลปกครองยกคำร้องคำขอทุเลาการยึดทรัพย์ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ว่า กระทรวงการคลังสามารถเดินหน้าสืบทรัพย์ได้ เพราะคนที่เกี่ยวข้องมี 2 ส่วน คือ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้ทรัพย์ และกรมบังคับคดี ที่มีอำนาจในการยึดหรืออายัดตามที่กระทรวงการคลัง ในฐานะเจ้าหนี้ได้ชี้ทรัพย์ หากไม่สามารถนำยึดได้ เพราะหาทรัพย์ไม่เจอ มีระยะเวลา 10 ปี ตามอายุความ ระหว่างนี้เจออะไรสามารถดำเนินการได้ จนกว่าจะมีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอทุเลาใหม่ ซึ่งร้องได้เรื่อยๆ แต่คงต้องดูเป็นกรณีไป เพราะการร้องต่อศาลปกครองต้องดูว่าเขาร้องอะไร ถ้าร้องขอทุเลาแปลว่าสำหรับอนาคต ที่ผ่านไปแล้วถือว่าจบ เมื่อถามว่า ในคำสั่งยกคำร้องของศาลระบุว่า มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เป็นหน้าที่ของใครในการติดตามทรัพย์ นายวิษณุกล่าวว่า กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ต้องเป็นผู้เสาะหา แล้วให้เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีไปจัดการ ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือแล้ว เพราะหน่วยงานต่างๆ ต่างรู้หน้าที่ตัวเอง เมื่อศาลมีคำสั่งออกมาเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องไปบอกอะไร ที่ผ่านมาได้มีการอายัดอะไรไปพอสมควรแล้วเท่าที่ทำได้ แม้จะยังไม่มากเท่าจำนวนที่พึงยึดก็ตาม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นการอายัดเอาไว้ก่อน แต่ไม่ต่างอะไรกับการไปยึด เพราะไม่สามารถจะทำอะไรกับทรัพย์นั้น หรือยักย้ายไม่ได้แล้ว ส่วนการจะนำทรัพย์ดังกล่าวเข้าคลังได้จะต้องให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไรอีก เช่น ไม่มีคดี หรือจบเรื่องไปแล้ว ทางด้าน นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ นสยิ่งลักษณ์ ในคดีที่กระทรวงการคลังมีคำสั่งให้ นสยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช) จำนวน 35 หมื่นล้านบาทเศษ ว่า กรมบังคับคดีได้มีการแจ้งยึดอายัดทรัพย์ไปแล้วตั้งแต่เดือน กค2560 จนถึงปัจจุบันรวม 37 รายการ อาทิ บ้านที่นวมินทร์ รวมถึงที่ดินทั้งใน กทมและต่างจังหวัด คอนโด และบัญชีเงินฝาก การยึดทรัพย์สินของ นสยิ่งลักษณ์ กรมบังคับคดียึดไปหมดแล้ว เป็นการดำเนินการล่วงหน้าโดยอาศัยคำสั่ง คสชตามมาตรา 44 ที่ให้คุ้มครองเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินการลักษณะนี้ เหมือนการลงโทษก่อนมีคำพิพากษา ขณะนี้ต้องรอคำพิพากษาของศาลต่อไป ถ้ามีการเพิกถอนภายหลังก็สามารถเยียวยาได้ ซึ่งจะเกิดความยุ่งยาก ชื่อเสียงที่เสียหายไปก็ชดเชยไม่ได้ นายนพดลระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามข้อมูลแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นสยิ่งลักษณ์ ที่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พบว่า บ้านพักอาศัย 2 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 38/9 ซอยนวมินทร์ 111 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ พร้อมสนามฟุตบอล ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 5 ของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มีมูลค่าปัจจุบันที่ 110 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 มคที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของ นสยิ่งลักษณ์ เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา (ครั้งที่ 2) ในคดีหมายเลขดำที่ 1996/2559 ระหว่าง นสยิ่งลักษณ์ ผู้ฟ้องคดี กับ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับการอายัดทรัพย์สินของ นสยิ่งลักษณ์ โดยกรมบังคับคดีนั้นประกอบด้วย 1อายัดบัญชีเงินฝาก 16 บัญชี และ 2อายัดเงินส่วนแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลายของศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำที่ ล13430/2552 และยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 37 รายการ ประกอบด้วย ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 4 รายการ คือ 1บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 57310 เขตบางขุนเทียน 2บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 57430 เขตบางขุนเทียน 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 16505 เขตบึงกุ่ม (สนามฟุตบอล) 4บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 70389 เขตบึงกุ่ม ส่วนที่ดินว่างเปล่า 3 รายการ คือ 1ที่ดินโฉนดเลขที่ 25401 เขตบึงกุ่ม 2ที่ดินโฉนดเลขที่ 10005 อบางบ่อ จสมุทรปราการ 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 7480 กิ่ง อบางเสาธง จสมุทรปราการ และห้องชุด 30 รายการ ได้แก่ 1ห้องชุดเซ็น ทริค ซีน สุขุมวิท 64 เขตบางนา 2 ห้อง และ 2ห้องชุดยูคอมเพล็กซ์ คอนโดมิเนียม กิ่ง อบางเสาธง จสมุทรปราการ จำนวน 28 ห้อง

ที่เก็บบทความ

2015(296)

2014(353)

2013(655)

2012(950)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: Xuancheng News Network

viewbet24com,คนส ขอยืนยันในสิทธิเสรีภาพ ของการเดินการแสดงความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมการตัดสินใจ ในความเป็นไปของบ้านเมือง ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของคนไทยทุกคนและ ขอเน้นย้ำคสช อีกครั้งว่าการคืนความสุขและการสร้างความมั่งคั่งยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยวิถีทางประชาธิปไตย และการเปิดกว้างให้ประชาชน ทุกระดับมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ กำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองเท่านั้น นับแต่มวลมหาประชาชนเรือนล้านออกมาชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนมาถึงวันที่รัฐบาล คสชเดินไปสู่ขาลง เพราะปัญหาด้านความไม่โปร่งใส เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? อย่างแรกต่อให้ขาลงเรี่ยดิน แต่ ลุงตู่ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง หมายความว่าจะมาเปลี่ยนรัฐบาลตอนนี้ไม่ได้ ต้องขอยืมวลีเด็ดของ โค้วตงหมง-ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ยุ่งตายห่า! แต่ ลุงตู่ อย่าเพิ่งมองไกลไปถึงการเป็นนายกฯ คนนอก เอาแค่ประคองรัฐบาลไปให้ได้จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง และเมื่อเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ลุงตู่ จะไม่สาหัสเกินไป ก็มีทางออก และแนะนำกันไปเยอะแล้ว บิ๊กป้อม กลับไปเลี้ยงหลานเมื่อไหร่ กองหนุนจะงัวเงียตื่นมาสนับสนุน ลุงตู่ อีกครั้ง กราฟขาลงก็ค่อยๆ โงหัวขึ้น ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ โอกาสเป็นนายกฯ รอบสองแทบจะเป็นไปไม่ได้เช่นกัน อย่าไปไว้ใจนักการเมืองในสภามากนัก เคยรับปากไว้อย่างไร มันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ได้เสมอ ก็ดูช่วงที่มีการชิงดำระหว่างอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ พลตอประชา พรหมนอก เป็นตัวอย่าง เกมการเมืองมันพลิกได้ตลอดเวลา! มาว่ากันเรื่องที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ตราบใดที่ ลุงตู่ ไม่พยายามลดเงื่อนไขความไม่พอใจลง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความโปร่งใส ท่านก็จะเลือดโชกออกจากบ้านทุกวัน ส่วนกองเชียร์ กองหนุนที่ยังเหลืออยู่ ก็ต้องกลืนเลือดกันต่อไป เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? จุดที่กองเชียร์ กองหนุนลุงตู่ ไม่พอใจ บิ๊กป้อม ที่เอาแต่แก้ตัวว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ โดยที่เด็ก ป๑ ยังไม่เชื่อ แล้วมีแขกรับเชิญบ้างไม่รับเชิญบ้าง เพราะเข้าทาง ไปชุมนุมที่สกายวอล์กปทุมวัน ให้ บิ๊กป้อม เปิดคอลเลกชันนาฬิกาให้ดูหน่อย แต่มีคนบอกว่าจะมาจัดการกับแขกที่ตัวเองเป็นคนเรียกมาเอง บิ๊กป้อม มองว่าไอ้ที่มาประท้วงนาฬิกาคือพวกไม่ต้องการให้เกิดความสงบ เดี๋ยวผมเตรียมมาตรการดูแลเอง งูกินหางแบบนี้ เห็นใจคนที่เชียร์ ลุงตู่ บ้างหรือเปล่า ตัวเองสร้างปัญหา แล้วบอกว่าเดี๋ยวจะจัดการเอง ไม่ใช่จัดการปัญหาที่ตัวสร้างขึ้นมานะครับ แต่จะจัดการคนที่บอกว่า นาฬิกาเพื่อน คือปัญหา เอาล่ะวานนี้ ฟังดูเหมือนเป็นการอำลาตำแหน่งของ บิ๊กป้อม ผมรับราชการมาตั้งแต่ปี ๑๑ จนถึงขณะนี้ผ่านมา ๕๐ ปีแล้ว ไม่เคยมีเรื่องอะไรหนักๆ ก็ดูเอาแล้วกันว่าผมได้ทำอะไรที่เสียหายกับประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่ ผมเข้ามาเพราะอยากจะช่วยเหลือบ้านเมือง อยากทำงานให้บ้านเมือง ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากกับสื่อว่าอยากให้ดูว่าผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปีได้ทำอะไรไว้บ้าง ประชาชนต้องการหรือไม่? ร่วมเดือนที่ผ่านมาสารพัดโพลสำรวจความเห็นประชาชน นาฬิกาเพื่อน คือประเด็นฮอตฮิต ส่วนใหญ่บอก บิ๊กป้อม ไปเถอะ ล่าสุดนิด้าโพล ก็สร้างปรากฏการณ์กระเทือนไปถึง ลุงตู่ มันเลยเวลาที่จะมาถามว่าประชาชนคิดอย่างไรแล้ว บิ๊กป้อม ไปเมื่อไหร่ ลุงตู่ จะได้ทำงานแบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังทันที ถ้ารักน้อง ห่วงน้องจริง ไม่ดึงแข้งดึงขา วันนี้เขียนใบลาออกเลย อยู่ต่อมีแต่ลากน้องๆ จมโคลนไปด้วย ในขณะที่หน่วยงานรัฐนำโดยกระทรวงการคลัง ต่างพาเหรดออกมายืนยันว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าตั้งแต่ปลายปี 2560 จนถึงขณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกหรือภาวะเศรษฐกิจโดยรวมนั้น ล่าสุด นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กลับมีความเห็นที่แตกต่าง โดยระบุว่า การส่งออกข้าวในปี 2561 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลควรลงมาดูแลไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเร็วจนเกินไป ซึ่งระดับค่าเงินบาทที่ผู้ส่งออกข้าวแข่งขันราคากับข้าวของประเทศคู่แข่งได้ควรอยู่ที่ 33-335 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักไปทางตื้อๆ มึนๆ คับปาก คับใจ อยู่ตามสมควรอย่างน้อยก็ยังพอได้มีข่าวคราวที่ทำให้หัวจิต หัวใจ แช่มชื่นขึ้นมามั่ง แม้แต่เพียงนิดๆ ก็ยังดี ข่าวแรกก็คือข่าวที่ศาลปกครองสูงสุด ท่านตัดสินวินิจฉัยชี้ขาด ให้ สตชหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว จำนวนประมาณ 250 ราย รายละตั้งแต่ 7,120 บาท ไปจนถึง 4,152,771 บาท ตามลำดับ พร้อมคำนวณดอกเบี้ยบวกรวมเข้าไปด้วย ----------------------------------------------- คือไอ้ช่วงที่ยิงกันอุตลุด สนั่นหวั่นไหว ใช้แก๊สน้ำตามีอายุ หมดอายุ หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ ส่องทั้งในแนวราบ แนวโค้ง ชนิดผู้เข้าร่วมประท้วงบางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด เอาเลยก็ยังมี อันนั้นนั่นแหละที่ศาลท่านกรุณาหยิบมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่สมควร ไม่สมควรแก่เหตุ หรือไม่ เพียงใด ขณะที่บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ที่ได้นั่งน้ำตาซึม น้ำตาไหล ขณะเห็นภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ในจอทีวี และได้แต่เก็บงำความรู้สึกต่างๆ เอาไว้มาตั้ง 10 ปีที่แล้ว แต่ 10 ปีสำหรับลูกผู้ชาย หรือลูกผู้หญิงก็แล้วแต่ ก็ยังไม่ถึงกับ สายเกินไป อย่างน้อยการที่ศาลปกครองสูงสุดท่านยังมองเห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องให้การชดใช้ ต้องตีราคาเป็นมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะกี่บาท ต่อกี่บาท แต่เพียงแค่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ขึ้นมาบ้างแล้ว แค่นี้ก็ ปลื้มไม่เสร็จ ------------------------------------------------- เพราะอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ไอ้พวกที่ชอบยิง ชอบใส่ กันอุตลุด ไม่ได้มองถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และยิ่งไม่ได้มองถึง เงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันทำให้มนุษย์ที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกัน บ้านเมืองเดียวกัน ต้องออกมาทนทุกข์ ทรมาน กินนอนอยู่กลางถนน ทั้งๆ ที่แต่ละรายมีบ้าน มีช่อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไปด้วยกันทั้งนั้น พอได้ตระหนัก สำนึก ขึ้นมามั่ง ว่านี่คนนะเว้ยไม่ใช่แมวที่ไหน!!! ก่อนจะรับคำสั่ง ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือทำอะไรที่ล่วงเลยไปจากคำสั่ง เพื่อให้ เข้าตากรรมการ หรือเข้าตาผู้มีอำนาจในช่วง ณ ขณะนั้นให้มากๆ เข้าไว้ อย่างน้อยก็น่าจะหยิบเอาเรื่องความเป็นมนุษย์หรือคุณค่าแห่งเป็นความเป็นมนุษย์ มาคิดๆ เอาไว้มั่ง ---------------------------------------------------- อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจและน่าปลื้มใจเอามากๆ ก็คือข่าวที่กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า ยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดย พี่ประทิน หรือพลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่พร้อม ปฏิรูปตัวเอง มาโดยตลอด ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาปฏิรูป พร้อมกับ พี่เหี้ยม หรือที่ใครต่อใครที่เหี้ยมๆ ต่างเรียกพี่ไปด้วยกันทั้งนั้น พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และคณะอีกหลายต่อหลายราย ได้ตัดสินใจยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยพิจารณาว่าการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง เป็นธรรม ของบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมเท่าที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย องค์กรพิทักษ์สยาม ไปจนถึงกลุ่ม กปปสนั้น ถือเป็นการต่อสู้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 216 ของรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช 2550 หรือไม่ อย่างไร ------------------------------------------------------ คือถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันยังอยู่ภายใต้กรอบ ภายใต้การกำหนดบทบาทในเรื่อง สิทธิ เสรีภาพของปวงชน ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญที่ว่า ก็จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลางัดเอาข้อหาประเภทร้ายๆ น่าเกลียด น่ากลัว ประเภทกบฏ ก่อการร้าย หรือกระทั่งเห็นเป็นซ่องโจรเป็นโน่น ฯลฯ มาใช้เป็นเครื่องมือในการไล่ล่า บดขยี้ บรรดาผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหลาย อย่างที่ อัยการ ท่านกำลังกระทำการในลักษณะไม่ต่างไปจากตำรวจที่ตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร โดยไม่ต้องสนใจว่าแก๊สน้ำตาจะหมดอายุ-ไม่หมดอายุ จะยิงแนวโค้ง หรือยิงแนวราบก็ย่อมได้ ขอเพียงแต่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งตามตัวอักษรแต่ละวรรคแต่ละประโยคในตัวบทกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องสนใจถึง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาเลยก็ย่อมได้ อันนี้นี่แหละที่เลยต้องไปลากเอารัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายแม่ ที่ถือเป็นตัวบ่งชี้ เจตนารมณ์ สอดแทรกและควบคุม เอาไว้ใน กฎหมายลูก แต่ละฉบับ ----------------------------------------------------- ไม่งั้นถ้าหากไม่คิดจะมอง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาไว้เลย บรรดาผู้ที่ถูกคุณธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมอันดีของสังคม หล่อหลอมให้ต้องกลายสภาพมาเป็นวีรบุรุษ วีรชน วีรสตรีทั้งหลายในแต่ละยุค แต่ละสมัย คงต้องกลายเป็น กบฏ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นซ่องโจร หรือกระทั่งกลายเป็น บุคคลล้มละลาย กันไปเป็นแถบๆ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะแม้ว่า กฎหมายแม่ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญจะพยายามเปิดช่องเอาไว้ให้ เพื่อหวังจะให้ ภาพรวม ของสังคม เป็นไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากอัยการและตำรวจ ท่านไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย กะจะเอากันแค่ตัวอักษรในแต่ละวรรคแต่ละประโยคของ กฎหมายลูก มาไล่บด ไล่บี้ ไล่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร อนาคตประเทศนี้ก็คงไม่หลงเหลือ วีรบุรุษ วีรสตรี วีรชนใดๆ อีกต่อไป กลายเป็น ซ่องโจร กันไปทั้งประเทศเอาเลยก็ไม่แน่!!! --------------------------------------------------------- ความคิดริเริ่ม หรือความพยายามของกลุ่ม ยุติธรรมภิวัฒน์ ที่จะยื่นเรื่องราวเหล่านี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จึงไม่ใช่เป็นแค่ความพยายามช่วยเหลือ เยียวยา พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่อย่างใด แต่อาจถือเป็นความพยายามที่จะ เปลี่ยนมุมมอง ของสังคมทั้งสังคม ให้หันมามองอะไรต่อมิอะไรกันที่ เจตนา เป็นหลัก เจตนาที่รวมเอาคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ คุณค่าแห่งความเป็นสังคมที่ดี ที่ต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นองค์ประกอบรวมเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้สิ่งที่เรียกว่า ความยุติธรรม ทั้งหลาย กลายเป็นความยุติธรรมแบบ เวนิส-วาณิช หรือแบบ ยิวไชล็อค ที่กะจะเชือดเนื้อ เถือหนัง ใครต่อใครตามตัวบทกฎหมายให้จงได้!!! ----------------------------------------------------------- ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จากพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เรื่อง เวนิส-วานิช ฉะนั้นยิวแม้อ้างยุติธรรม-จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า-ภายใต้กระแสยุติธรรมา-ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ ----------------------------------------------------------

เช่นในเวลานี้ก็มีบรรดาพวกที่เรียกร้องการเลือกตั้งกำลังปลุกระดมคนมาชุมนุมเป็นหย่อมๆ ในทุกสัปดาห์อย่างไรก็ตามตนไม่ได้ติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อยากจะวิงวอนไปยังกลุ่มผู้ที่ใช้อาวุธปืนว่าถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็อย่ายิงเลย เพราะครั้งหน้าครั้งหลังกระสุนที่ตกลงมาอาจจะทำให้มีผู้เสียชีวิตได้ อาจจะไม่โชคดีเหมือนกับตนเองที่ไม่ให้รับอันตรายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากวิงวอนไปยังเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองให้ช่วยกวดขันการใช้อาวุธให้มากกว่านี้หนุ่มซิ่งเก๋งสีดำเข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงปืนใส่สาวพนักงานศาลที่ตกใจขับหนีจนรถตกคู เผยแค่เสียงท่อไอเสีย ตำรวจยึดรถตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มอกหรือไม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคมนี้ นายสิริชัย หรือแบงค์ แก้วกล่อง อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7289 เพชรบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภโคกขาม จสมุทรสาคร เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่าตนเองขับรถไล่ยิงรถที่วิ่งขวางทาง โดยมี พลตตมานะ อินพิทักษ์ ผบกภจวสมุทรสาคร และ พตททวีป เงินดี รอง ผกก (สอบสวน) สภโคกขาม ร่วมสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 30 มคที่ผ่านมา นสวิไลวรรณ มูลทา เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส จากบ้านพักเขตบางบอน กทม จะไปทำงาน ได้แซงรถกระบะคันหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช วิ่งมา จึงบีบแตร 2 ครั้งเพื่อขอทาง ปรากฏว่ารถนิสสันได้ขับไล่ตาม พร้อมกับมีเสียงดังคล้ายยิงปืน 3-4 ครั้ง ทำให้ นสวิไลวรรณตกใจกลัวรีบหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถหลบเข้าปั๊มน้ำมัน แต่รถเสียหลักพุ่งลงคูข้างทางที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตทเอกชัย-มหาชัย ถนนเอกชัย หมู่ 4 ตโคกขาม อเมืองสมุทรสาคร โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสิริชัยให้การว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปส่งแฟนยังที่ทำงาน แล้วจะกลับรถเพื่อไปทำงาน พอมาถึงจุดกลับรถแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้สนใจเสียงแตรหรือเสียงใดๆ เพราะจะรีบไปทำงาน กระทั่งเย็นหลังเลิกงาน ตนเห็นข่าวในเฟซบุ๊กและคิดว่าตัวเองไม่ผิด จึงบอกพี่สาวพร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ โดยยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ เสียงดังที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเสียงปืนมาจากเสียงท่อแต่งของรถ ยืนยันว่าไม่เคยพกปืนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้นำคลิปกล้องวงจรปิดของรถตนให้ตำรวจตรวจสอบด้วย ด้าน พตททวีปกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีเหตุยิงกัน และตรวจสอบปลอกกระสุนปืนก็ไม่พบ สอบพยานระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายรถแต่งที่มีเสียงดังคล้ายปืน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ยึดรถของนายสิริชัยเพื่อส่งไปตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรณีรถมีเสียงดัง รวมทั้งส่งไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูว่ามาตรฐาน มอกผ่านหรือไม่ จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไปถอดบทเรียนการดูแลผู้สูงอายุ รพสตบ้านทำเนียบที่สุราษฎร์ 01 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น

อ่าน(467) | แสดงความคิดเห็น(823) | ส่งต่อ(996) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

สูงในการเจาะ 2021-04-16

เซี่ยหลิน ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จตามแผนคือ การทำงานเป็นทีม CG ไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่จะมีทีมจากทั้งโรงพยาบาลแม่ข่าย รพสต และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันเคลื่อนไปด้วยกันเป็นขบวน ทำให้ง่ายในการติดต่อประสานงาน เวลามีข้อสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือนอกจากเรื่องสาธารณสุข ก็สอบถามขอคำแนะนำได้ เช่น การเบิกจ่าย การติดต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ) ผลการดำเนินงานในปี 2559 สามารถเปลี่ยนผู้ป่วยติดเตียงให้เป็นกลุ่มติดบ้านได้ 2 ราย และกลุ่มติดบ้านสามารถเปลี่ยนเป็นติดสังคมได้อีก 3 ราย แต่ถือว่าในปีนั้นยังเป็นเรื่องใหม่ การคัดกรองผู้สูงอายุจึงยังทำได้ไม่ครอบคลุม กว่างบประมาณจะมาถึงก็ต้องรีบคัดกรองและส่งแผนโครงการ จึงยังคัดกรองได้ในกลุ่มที่ป่วยหนักและมีบางส่วนที่หลุดรอดไป อย่างไรก็ดี ในปี 2560 เมื่อระบบต่างๆ เข้มแข็งมากขึ้น สามารถคัดกรองได้ครอบคลุมและได้กลุ่มผู้ป่วยติดบ้านที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นติดเตียงเพิ่มขึ้นมา โดยมีผู้สูงอายุที่ต้องดูแลเพิ่มเป็น 50 คน คาดว่ากลุ่มนี้จะฟื้นตัวได้ดี ลดโอกาสที่จะเป็นผู้ป่วยติดเตียงได้มากขึ้น ข้อแตกต่างจากเดิมคือ เดิมเราดูแลผู้สูงอายุแบบกว้างๆ ไม่ได้คัดกรองว่าอยู่กลุ่มไหน เช่น ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก เราก็ให้การดูแลเท่าที่จะดูแลที่บ้านได้ แต่พอมีงบประมาณจากกองทุน LTC มาสนับสนุน ก็ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เติมเต็มในส่วนที่ผู้ป่วยต้องการใช้จริงๆ เช่น อุปกรณ์ต่างๆ คนที่จำเป็นต้องใช้ก็จะได้ทุกคน ก็ช่วยทำให้ดูแลได้ดีขึ้น และยังสามารถหมุนเวียนไปใช้กับรายอื่นๆ ได้อีก ธัญญาทิพ กล่าว สำหรับทิศทางการดำเนินงานในอนาคต ธัญญาทิพกล่าวว่า แนวโน้มปริมาณผู้สูงอายุในพื้นที่จะมากขึ้นตามแนวโน้มใหญ่ของสังคมไทยในปัจจุบัน แต่ยังดีที่ในพื้นที่บ้านทำเนียบยังมีลักษณะที่อยู่กันเป็นครอบครัวพี่น้อง คอยช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกัน ดังนั้นแนวทางที่จะเดินหน้าไปต่อคือการพยายามทำให้กลุ่มติดบ้านติดเตียงใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข แม้โรคจะไม่หาย แต่ก็ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ลดความซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายได้ และถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะเพิ่มปริมาณจิตอาสาให้เข้ามาช่วยงานมากขึ้น อย่างน้อยจะได้ช่วยเป็นหูเป็นตา ช่วยแจ้งข่าวเพื่อให้ทีมงานช่วยประสานหน่วยงานต่างๆ ให้เข้ามาเติมเต็มได้

หนุ่มซิ่งเก๋งสีดำเข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงปืนใส่สาวพนักงานศาลที่ตกใจขับหนีจนรถตกคู เผยแค่เสียงท่อไอเสีย ตำรวจยึดรถตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มอกหรือไม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคมนี้ นายสิริชัย หรือแบงค์ แก้วกล่อง อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7289 เพชรบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภโคกขาม จสมุทรสาคร เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่าตนเองขับรถไล่ยิงรถที่วิ่งขวางทาง โดยมี พลตตมานะ อินพิทักษ์ ผบกภจวสมุทรสาคร และ พตททวีป เงินดี รอง ผกก (สอบสวน) สภโคกขาม ร่วมสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 30 มคที่ผ่านมา นสวิไลวรรณ มูลทา เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส จากบ้านพักเขตบางบอน กทม จะไปทำงาน ได้แซงรถกระบะคันหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช วิ่งมา จึงบีบแตร 2 ครั้งเพื่อขอทาง ปรากฏว่ารถนิสสันได้ขับไล่ตาม พร้อมกับมีเสียงดังคล้ายยิงปืน 3-4 ครั้ง ทำให้ นสวิไลวรรณตกใจกลัวรีบหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถหลบเข้าปั๊มน้ำมัน แต่รถเสียหลักพุ่งลงคูข้างทางที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตทเอกชัย-มหาชัย ถนนเอกชัย หมู่ 4 ตโคกขาม อเมืองสมุทรสาคร โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสิริชัยให้การว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปส่งแฟนยังที่ทำงาน แล้วจะกลับรถเพื่อไปทำงาน พอมาถึงจุดกลับรถแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้สนใจเสียงแตรหรือเสียงใดๆ เพราะจะรีบไปทำงาน กระทั่งเย็นหลังเลิกงาน ตนเห็นข่าวในเฟซบุ๊กและคิดว่าตัวเองไม่ผิด จึงบอกพี่สาวพร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ โดยยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ เสียงดังที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเสียงปืนมาจากเสียงท่อแต่งของรถ ยืนยันว่าไม่เคยพกปืนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้นำคลิปกล้องวงจรปิดของรถตนให้ตำรวจตรวจสอบด้วย ด้าน พตททวีปกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีเหตุยิงกัน และตรวจสอบปลอกกระสุนปืนก็ไม่พบ สอบพยานระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายรถแต่งที่มีเสียงดังคล้ายปืน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ยึดรถของนายสิริชัยเพื่อส่งไปตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรณีรถมีเสียงดัง รวมทั้งส่งไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูว่ามาตรฐาน มอกผ่านหรือไม่ จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

จักรพรรดิซ่งเหวินดี้ 2021-04-05 18:27:39

ฝนถล่มกรุงอีกระลอก น้ำท่วมถนนหลายสาย สุขุมวิทขาเข้าแทบเป็นอัมพาต สมุทรปราการก็อ่วม กรมอุตุฯ ชี้เกิดจากภาวะอากาศแปรปรวน ทำให้อุณหภูมิลดลงอีก ขณะที่ภาคใต้คลื่นลมแรง เช้าวันที่ 31 มกราคมนี้ เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากรายงานของสถานีวิทยุ สวพ FM 91 ระบุพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ถนนบางนา-ตราด หน้าโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว น้ำท่วมผิวจราจร, ถนนบางนา-ตราด หน้าโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ฝนตกหนัก น้ำท่วมสูงผิวจราจร, ถนนเทพรัตน ขาเข้า ผ่านหน้าไทวัสดุ บางนา ฝนตกแรง ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ค่อยดี และมีน้ำท่วมขัง, ถนนเทพรัตน ขาเข้า ช่วงหน้าเมกา บางนา ช่องทางขนาน น้ำท่วมสูง รถติดขัด, ถนนศรีนครินทร์ ขาออก บริเวณแยกแบริ่ง น้ำท่วมสูง การจราจรติดขัด ท้ายสะสมแยกศรีอุดม ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ รายงานว่า พื้นที่กรุงเทพฯ เกิดฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง ปริมาณฝนสะสมสูงสุดวัดได้ที่จุดวัดสถานีสูบน้ำคลองบางนา-ถนนศรีนครินทร์ เขตบางนา 141 มิลลิเมตร สถานีสูบน้ำช่องนนทรี เขตยานนาวา 755 มม สถานีสูบน้ำพระราม 4 เขตคลองเตย 695 มม ทั้งนี้ มีน้ำท่วมขังถนนสายหลัก ดังนี้ 1ถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง 2ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ ช่วงคลองบางจาก 3ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ บริเวณคลองบางขี้เก้ง-วงเวียน 4ถนนศรีนครินทร์ ช่วงวัดศรีเอี่ยม 5ถนนเกษมราษฎร์ บริเวณทางรถไฟ-กรมศุลกากร 6เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ ช่วงซอย 8 และ 7ถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณคลองบางนา-สำโรง นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัด กทม กล่าวว่า เป็นไปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ว่า ภายใน 1-2 วันนี้จะมีฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่ง กทมได้เตรียมแผนรองรับ อาทิ พร่องน้ำ ลดระดับในคลองสายหลักต่างๆ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมา จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วหรือหน่วยเบสท์ประจำตามจุดต่างๆ คอยให้ความช่วยเหลือประชาชน กรณีที่มีน้ำท่วมขังถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง เขตบางนา เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นเกิดฝนตกตั้งแต่ 0200 น และเริ่มตกเบาบางเวลาประมาณ 0700 น ปริมาณฝนสะสมสูงสุดวัดได้กว่า 130 มม ซึ่งถือว่าตกหนักทำให้เกิดน้ำรอระบาย แต่เจ้าหน้าที่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่กลับสู่ภาวะปกติช่วงเวลา 0815 น ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวิน โพสต์ข้อความระบุว่า เช้านี้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่บางนา ศรีนครินทร์ ที่มีฝนตกสะสมมากถึง 127 มิลลิเมตร มีน้ำท่วมขังผิวจราจรในหลายจุด ทำให้มีปัญหาการจราจร ซึ่งเจ้าหน้าที่ กทมกำลังเร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชน ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหาครับ สมุทรปราการ เกิดฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนถึงสว่าง ถนนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการหลายสายไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ทัน ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังรอการระบายอยู่บนผิวการจราจรสูงกว่า 30 เซนติเมตร โดยเฉพาะบนถนนศรีนครินทร์ ช่วงตั้งแต่สี่แยกศรีเทพายาวมาจนถึงทางเข้าซอยแบริ่ง และต่อไปยังเชิงสะพานข้ามแยกลาซาล มีน้ำขังสูงกว่า 20-30 เซนติเมตร รถเล็กสัญจรได้ลำบาก มีรถจอดเสียหลายคัน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ปริมาณน้ำยังไหลทะลักเข้าท่วมปั๊มน้ำมันหลายแห่งที่อยู่ริมถนนศรีนครินทร์และตามซอยต่างๆ กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน กับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม จนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีสภาพอากาศแปรปรวนโดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่วนภาคเหนือมีกระแสลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุม ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็น ส่วนในช่วงวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงได้อีก 3-5 องศาเซลเซียส ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 1-6 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง

เปงเสี่ยว 2021-04-05 18:27:39

กระดูกพรุน ถือเป็นภัยเงียบที่คุณหมอมักจะคอยเตือนบรรดาผู้สูงวัย โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรีที่ผ่านการมีบุตรมาแล้วก็จะมีภาวะเสี่ยงมากกว่า ดังนั้น การเรียนรู้ในการออกกำลังกายเพื่อช่วยลดภาวะกระดูกพรุน จึงเป็นสิ่งที่ควรเริ่มต้นกันตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าเราจะยังอายุแค่ 30 ต้นๆ ก็ตาม สำหรับการออกกำลังเพื่อป้องกันกระดูกพรุนดีที่สุดเรียว่า weight bearing หรือการออกกำลังที่มีแรงกระตุ้นไปยังกระดูกและกล้ามเนื้อโดยตรง ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือใช้น้ำหนักตัวเองช่วยในการออกกำลังกาย เช่น การเดิน การย่ำเท้าอยู่กับที่ รำมวยจีน ขี่จักรยานค่ะ, หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป。 เริ่ม เดือนแห่งความรัก กันแล้วก็ต้องปูพรมด้วย เรื่องเบาๆ ว่าด้วย คอนเสิร์ต ต่างประเทศ จากฟากฝั่งเมืองผู้ดีและดินแดนแฮมเบอร์เกอร์ที่พาเหรดมา เมืองไทย ยุค 40 กันขวักไขว่ โดย แค่ มกราคม เดือนเดียวก็มีทั้ง Imagine Dragons เลียม กัลลาเกอร์ Foster The People และ The XX และยังมีคิวที่จะมาอีกทั้ง Incubus จอห์น เลเจนด์ แม้แต่ตัวแม่อย่าง เคธี เพอร์รี หรือวงร็อกจากไอริชอย่าง The Script และเจ้าของรางวัลแกรมมี่หมาดๆ อย่าง บรูโน มาร์ส ก็คอนเฟิร์มมาแล้ว ซึ่ง ราคาบัตรก็มีตั้งแต่ระดับพันกลางๆ ไปถึงหลักหมื่นกันเลยทีเดียว เรียกว่าต้องขายตับ-ไตกันไม่รู้กี่รอบถึงจะไปครบคอนเสิร์ต ทั้งหลายแหล่นี้๐ หันกลับมาสู่วังวน โลกเครียด กันบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของ หวยอลเวง 30 ล้านบาท ที่เมื่อวันที่ 19 มค สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาแถลงผล พิสูจน์ลายนิ้วมือแล้วว่ามีแต่ของ รตทจรูญ วิมูล อดีตนายตำรวจ ซึ่งใครต่อใครคงคิดว่าน่าจะลงเอยหรือมีบทสรุปไปกว่า 80% แต่แล้วเมื่อวันพุธสิ้นเดือน มค พลตทกิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบชภ7) ก็ตั้งโต๊ะแถลงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ที่สำคัญมีการ พลิกกลับ 360 องศากันเลย เพราะระบุว่าสลากเป็นของ ครูปรีชา ใคร่ครวญ และเตรียมแจ้งข้อหายักยอกทรัพย์หรือรับของโจรกับ ลุงจรูญ ๐ งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นการเดิมพันหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กับพยานบุคคลหรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้อาจ สะเทือนไปถึงการทำหน้าที่ของ ทนาย และ ตำรวจ กันเลยทีเดียว ซึ่ง ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ก็ ประกาศความเชื่อมั่นไม่ต่างจากตำรวจเช่นกัน เรียกว่าสุดท้าย หวย 30 ล้าน คงต้องไปจบที่ศาลชี้ขาด ซึ่งไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไรก็น่าจะมีการเช็กบิลกันระเบิดระเบ้อแน่๐ พูดถึงเรื่องครูหวยแล้ว ไม่พูดเรื่องครูฉาวก็ไม่ได้ ซึ่งดูเหมือนช่วงนี้ทั้ง พ่อพิมพ์-แม่พิมพ์ พร้อมใจกันสร้างเรื่องไม่น่าจดจำเสียนี่กระไร โดยเฉพาะเรื่อง คาวโลกีย์ แต่ดูเหมือนตั้งแต่เกิดเรื่องคาวเรื่องฉาวมา กระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้บังเหียนของ นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ในฐานะคุมนโยบายการศึกษาของประเทศ กลับไม่มีการเทกแอคชั่นแต่ประการใดเลย เรียกว่าปล่อยไปตามมีตามเกิดซะอย่างนั้น๐ ในที่สุด พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็เริ่มทนเสียงเรียกร้องและกดดันของทุกภาคส่วนว่าด้วย แหวนเพชรแยงตา นาฬิกายืมเพื่อน เพราะถึงกับลั่น ในระหว่างงานเลี้ยงสานสัมพันธ์ กหกับสื่อมวลชนว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ก็พร้อมไปจากตำแหน่ง ถือเป็น ประกาศท่าทีเยี่ยง ชายชาติทหาร ครั้งแรกเลยทีเดียว เล่นเอามีกระแสข่าวเกิดขึ้นตามมาทันทีว่า เก้าอี้ของ บิ๊กป้อม อาจส้มหล่นตกไปยัง รมชกลาโหม ที่ บิ๊กช้าง พลอชัยชาญ ช้างมงคล นั่งอยู่ก็เป็นได้ งานนี้คงไม่ลุ้นกันยาวนัก๐ ส่วนเรื่องนี้ยังหนังยาวคือ เรื่องการหย่อนบัตรของคนไทยทั้งประเทศ เพราะแค่เรื่องกฎหมายลูกว่าด้วย สส และ สว ซึ่งแม้สภาฝักถั่วจะถูลู่ถูกังผ่านกันมาแบบวันละฉบับ แต่ก็ยังไม่สะเด็ดน้ำ เพราะ ล่าสุด ขาปูดข่าว อย่าง สมชัย ศรีสุทธิยากร กกตที่นับถอยหลังเป็นแค่อดีตก็ออกมาแฉว่ามี สนช โทรมาล็อบบี้ ให้ตั้ง กมธร่วมแก้กฎหมาย สส โดยหวังจะลบเรื่องการให้จัด มหรสพ หาเสียงได้๐ แฉโพยออกมาอย่างนี้ก็เล่นเอา วิป สนช อย่าง สมชาย แสวงการ ต้องรีบมาปัดสวะให้พ้นสภาฝักถั่วกันเลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่ากระแสจะหมดไป เพราะล่าสุดขาเมาธ์ว่าด้วยทฤษฎีสมคบคิดกระซิบมาว่า ตอนนี้มีกระแส (เก่า) ที่ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่ขึ้นมาอีก นั่นคือการล้มกฎหมายลูกฉบับใดฉบับหนึ่ง หรือทั้ง 2 ฉบับ เพราะจะทำให้การเลือกตั้งที่ต้องเลื่อนอยู่แล้วมติ สนชที่แก้ไขให้กฎหมายบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ยาวออกไปอีกถึง 6-8 เดือนเลยทีเดียว๐ พิโธ่! วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่ายังมีเวลา 10 ปีในการอายัดทรัพย์ นารีปู เหมือนส่งสัญญาณว่าไม่ต้องรีบร้อน พระเจ้าจอร์จ แล้วที คดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่ทำให้ตัวเป้งหลุดไป มิใช่เพราะคิดว่ามีเวลามันเหลือเป็น 10-15 ปีหรอกเหรอ ยังไม่รวมถึงคดีเลี่ยงภาษีของสัมภเวสีหลายกรรมหลายวาระก็หลุดไป เพราะขาดอายุความทั้งนั้น อย่างนี้มันจะเรียกว่า 2 มาตรฐานได้หรือไม่ เพราะที คดีเงินระดับหมื่นระดับแสนเห็นไล่เบี้ยไล่ยึดกันเหลือเกิน แต่พอเป็นคนใหญ่คนโตยึดทรัพย์กันระดับพันหมื่นล้านกลับชี้ช่องมามีเวลาอีก 10 ปี แหม! ทั้งคุกและมาตรฐานการทำงานนี่เลือกว่าเป็นใครจริงๆ๐。

สินเชื่อ Qikang Gonglu 2021-04-05 18:27:39

ทศักดิ์,อีกทั้ง บริษัทหวังให้หน่วยธุรกิจใหม่ที่เริ่มพัฒนา อาทิ บริการแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์ LOOX ที่ตอนนี้มียอดดาวน์โหลดถึง 100,000 ครั้ง คาดว่าเมื่อเกิดการดาวน์โหลดถึง 300,000 ครั้ง จะเริ่มรับรู้รายได้และต่อยอดในการนำข้อมูลไปจัดเรตติ้งต่อยอดธุรกิจได้ ส่วนการเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแบบใหม่กำลังหารือกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้ให้บริการคอนเท้นต์ คาดว่าจะสรุปผลได้เร็วๆ นี้ และสามารถทดลองทดสอบให้บริการได้ช่วงกลางปีนี้ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญเข้ามาเติมเต็มรายได้ที่จะต้องสูญไป โดยตั้งเป้าหมายว่าภายใน 5 ปี สัดส่วนรายได้ที่มาจากธุรกิจใหม่จะเพิ่มขึ้นเป็น 50%。 ไม่ต้องแก้ตัว วิสัยทหาร รู้ผิด รู้ถูก มีความมั่นใจสูง เมื่อไม่ใช่ของเขา เขาก็ไม่จำเป็นต้องตอบ คนรุ่นนี้มีเพื่อนแท้ ก็เพื่อนแท้ที่ตาย เขาชอบนาฬิกา เขาสะสมไว้มาก ด้วยความเป็นเพื่อนแท้ เขาจะหยิบเรือนไหน มาใส่ก็ได้ หรือเอามาทั้งหมด ก็ได้ เพื่อนแท้ของคน อายุขนาดนั้น เป็นจริง หาไม่ได้หลอกครับ กับคนยุคนี้ ใช่ สุภาพบุรุษ พูดแล้ว ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ก็ไป แต่ถามว่าผิดไหม?ไม่ผิด ยอมเสียชีวิต ยังดีกว่า มารับความไม่จริง 。

หลิว ปิง 2021-04-05 18:27:39

หวย 30 ล้านบาทอลวน พลิกอีกรอบ ผบชภ7 ตั้งโต๊ะแถลงไล่เรียงตั้งแต่สลากออกจากสนามบินน้ำ เชื่อพยานบุคคล ครูปรีชา เป็นเจ้าของหวย ลุงจรูญ แค่เก็บได้ เตรียมจัดหนักทั้งยักยอกทรัพย์หรือรับของโจร ทนายตั้ม ลั่นไม่ท้อ ชี้มหากาพย์เพิ่งแค่เริ่ม!เมื่อวันที่ 31 มกราคม มีประเด็นใหม่ในการอ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พย2560 จำนวน 5 มูลค่ารวม 30 ล้านบาท ระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษใน จกาญจนบุรี กับ รตทจรูญ วิมูล อดีตนายตำรวจ ซึ่งเป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล หลังจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้แถลงผลพิสูจน์ลายนิ้วมือบนสลากไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มค ว่ามีแต่ลายมือของ รตทจรูญ โดยเมื่อเวลา 1400 น พลตทกิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบชภ7) แถลงสรุปคดีหาเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล 30 ล้านบาทว่า เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนคดีนี้เมื่อวันที่ 12 ธค โดยมี 3 ประเด็นคือ 1เส้นทางลอตเตอรี่ 2แม่ค้าขายให้ครูปรีชาจริงหรือไม่ และ 3รตทจรูญได้ลอตเตอรี่มาอย่างไร ซื้อมาหรือเก็บได้ โดยเรื่องแรก เส้นทางลอตเตอรี่พบว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้จำหน่ายลอตเตอรี่มายังยี่ปั๊วสนามบินน้ำแล้วรวมชุด โดยมีพยานยืนยันว่ายี่ปั๊ว 5 เจ้าขายให้ยี่ปั๊วสนามบินน้ำ จากนั้นแผงสนามบินน้ำขายให้แม่ค้าที่ตลาดเรดซิตี้ อเมืองกาญจนบุรี โดยมีพยานยืนยัน 3 ปาก จากนั้นแม่ค้าคนที่ 1 ขายต่อให้แม่ค้าอีกคนที่เปิดแผงในตลาดเรดซิตี้พลตทกิตติพงษ์แถลงต่อว่า ประเด็นที่สอง แม่ค้าขายให้ครูปรีชาจริงหรือไม่ จากการสอบสวนและตรวจสอบพบว่า แม่ค้าอีกคนขายให้ครูปรีชาจริงตามพยานหลักฐาน และประเด็นที่สาม ที่ว่า รตทจรูญซื้อหรือเก็บลอตเตอรี่ได้นั้น จากการสืบสวน รตทจรูญไม่ยืนยันซื้อจากแม่ค้าคนใด แต่เจ้าหน้าที่มีพยานยืนยันว่า รตทจรูญเก็บได้ จึงเชื่อว่า รตทจรูญเก็บลอตเตอรี่ได้เมื่อถามว่า มีคลิปภาพที่อ้างว่าเห็น รตทจรูญเก็บลอตเตอรี่หรือไม่ พลตทกิตติพงษ์ตอบว่า ยังไม่เห็นคลิป มีแค่พยานบุคคลระบุว่าหมวดจรูญลงไปเก็บ แต่ตรวจสอบกล้องแล้วไม่พบอะไร เพราะผ่านไปนานเกินไป ซึ่งหากใครมี ก็สามารถเอามาให้ได้ ส่วนที่ครูปรีชาบอกว่ามีภาพกล้องวงจรปิดตำรวจ ก็ยังไม่ได้รับ แต่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่ามีอยู่จริงขณะที่ พลตตกฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบชภ7 ระบุว่า เห็นว่าคดีนี้มีมูล แต่ยังไม่ใช่การตัดสิน ซึ่งทีมสอบสวนจะออกหมายเรียกตัว รตทจรูญมาแจ้งข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์ หรือรับของโจร ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบ ซึ่งก็แล้วแต่ รตทจรูญจะให้การ และเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อไป โดยตำรวจได้หาข้อมูลอย่างละเอียดจนได้พยานเพิ่มเติมที่เห็นว่าแม่ค้าคนที่ 2 ขายสลากให้ครูปรีชา และพยานอีกคนที่บอกว่า รตทจรูญเป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ และการให้การของพยานฝั่งครูปรีชา ก็ยังไม่มีพยานหลักฐานว่ามีขบวนการให้การเท็จเมื่อถามว่า พยานบุคคลเชื่อถือได้แค่ไหน พลตทกิตติพงษ์ตอบว่า ถ้าเขาไม่ได้ถูกขู่เข็ญบังคับ ทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนในฐานะพยาน ตรวจสอบพยานแล้วยังไม่พบพิรุธ โดยกรณีนี้มีหลักฐานจากยี่ปั๊วว่ามีหวยชุดอยู่สามชุด ขายไปแล้วสองชุด เหลือชุดเดียวอยู่ที่แม่ค้า และมีพยานซึ่งเป็นลูกค้าขาประจำของแม่ค้าพยายามจะซื้อ แต่แม่ค้าบอกว่าไม่ได้ มีคนขอซื้อไว้แล้ว และมีพยานอีกคนหนึ่งพยายามจะขอแบ่งสลากจากครูปรีชา ซึ่งครูปรีชาก็ไม่ให้เช่นกันเมื่อถามถึงกรณีครูปรีชาอ้างว่าเป็นเจ้าของ แต่ครูปรีชากลับขอแบ่งเงินรางวัลคนละ 15 ล้าน เป็นเพราะเหตุใดนั้น ก็ไม่มีการชี้แจง โดยระบุว่าเพียงว่าอยู่ในสำนวน พร้อมย้ำว่าการสอบสวนที่ผ่านมาสอดคล้องกัน ยังไม่พบพิรุธ ซึ่งมีพยานอีกเยอะที่ไม่ได้ออกสื่อ รวมถึงพยานที่แต่ละฝ่ายอ้างว่ามี แต่ยังมาไม่ถึงตำรวจนั้น ทางตำรวจคาดไว้แล้วว่าจะเอาใครเป็นพยาน ส่วนหลักฐานที่มีก็ต้องว่าไปตามนี้ก่อน แต่หากมีอะไรจริงๆ คดีนี้ก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ พลตทกิตติพงษ์สรุปว่า คดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจมาก ตั้งแต่รับราชการมา เป็นคดีที่ได้รับความสนใจที่สุด ซึ่งตำรวจได้ทำคดีอย่างรอบคอบ คัดเลือกพนักงานสอบสวนอย่างเป็นกลาง รวมทั้งได้รับคำสั่งการที่จะให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และเอาความจริงมาให้ได้ ซึ่งเราก็พยายามตอบคำถามสื่อซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งหมด ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับประชาชนจะตัดสินสำหรับบรรยากาศที่บ้านพักของ รตทจรูญ ภายในหมู่บ้านศิริชัย ซอย 5 ถนนกาญจนบุรี-อู่ทอง ตปากแพรก อเมืองกาญจนบุรีนั้น พบว่าขณะที่ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงข่าวสรุปคดีทุกคนในครอบครัวลุงจรูญอยู่ในบ้านเพื่อติดตามอย่างใกล้ชิด และภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น รตทจรูญเผยว่า ไม่หนักใจ พร้อมมั่นใจในความบริสุทธิ์ ใครจะพูดอะไรก็ช่าง เพราะเป็นคนซื้อเองกับมือ หรือเขาจะสืบสวนอย่างไร ไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว ตำรวจระบุครูซื้อ เป็นหน้าที่ของตำรวจในการสืบสวน ปลายทางอาจไม่ใช่ เพราะตนเองเป็นคนซื้อ ยืนยันมีพยานหลักฐาน โดยจะขอปรึกษาทนายในการนำพยานหลักฐานไปมอบให้พนักงานสอบสวน ยืนยันจะพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ส่วนเงินรางวัลได้ใช้ไปแล้ว 5 ล้านบาท เป็นค่าบ้าน 3 ล้านบาท ยืนยันผมไม่คืน ผมเป็นคนซื้อลอตเตอรี่มา ผมเป็นเจ้าของ จะไปคืนเขาทำไม รตทจรูญกล่าว ขณะที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันว่า อย่าเพิ่งสิ้นหวังกับกระบวนการยุติธรรม อย่าเพิ่งหมดกำลังที่จะต่อสู้ ขอให้เชื่อมั่นในตัวตนเอง เชื่อมั่นในมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ และเชื่อมั่นในความจริงความถูกต้อง เพราะคดีนี้จริงๆ แล้วไม่มีอะไรยุ่งยากเลย เรื่องราวที่ยืดเยื้อบานปลายจนต้องกลายเป็นคดีที่คนทั้งประเทศจับตามองนี้ เพราะมีนายตำรวจระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง หลายคนอาจท้อแท้ สิ้นหวัง เพราะทุกคนอยากเห็นสังคมไทยมีความยุติธรรมที่จับต้องได้ แต่กลับเหมือนไร้ซึ่งหนทาง และในเวลาเดียวกันยังมีอีกหลายคนที่ยังคงมีความหวัง และไม่ทิ้งพลังศรัทธานั้น เช่นเดียวกับผม ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ยังศรัทธาในความถูกต้อง ฉะนั้นพวกเราทุกคนต้องสู้ไปด้วยกัน ก้าวไปพร้อมกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น อย่ายอมให้อิทธิพลมืดเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างเราๆ นายษิทรากล่าวทนายตั้มย้ำอีกว่า จงอย่าท้อ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จับมือไปด้วยกัน แม้การต่อสู้ครั้งนี้จะยากลำบากไปบ้าง ต้องเหนื่อยเกินกว่าความจำเป็นไปหน่อย ต้องสู้กับอิทธิพลมืดที่มองไม่เห็น แต่เชื่อว่าคนไทยต้องทำได้และทำได้ดีด้วย หากพวกเราร่วมแรงร่วมใจกัน ขอขอบคุณหลายๆ ท่านที่ส่งเบาะแส ข้อมูลต่างๆ มาให้ ทุกข้อมูลเป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดี การต่อสู้ครั้งนี้เดิมพันด้วยความหวังของคนทั้งประเทศที่รักความถูกต้อง ศึกครั้งนี้ยังไม่จบ วันนี้มหากาพย์คดีหวย 30 ล้านบาทเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น,นอกจากนี้เมื่อใดก็ตามที่ผู้นำรัฐบาลทหาร แสดงท่าทีต้องการสืบทอดอำนาจ เสียสัจจะวาจาและมองประชาชนเป็นศัตรู เมื่อนั้นสถานการณ์ มักจะจบลงด้วยความรุนแรง และนายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งไป ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความเสื่อมเสียแก่เกียรติยศ ชื่อเสียงส่วนตนและวงศ์ตระกูล หากแต่ยังสร้างความเสื่อมเสียแต่ศักดิ์ศรีและความเชื่อถือ ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกองทัพ ต่อไปอีกยาวนานด้วย。หนุ่มซิ่งเก๋งสีดำเข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงปืนใส่สาวพนักงานศาลที่ตกใจขับหนีจนรถตกคู เผยแค่เสียงท่อไอเสีย ตำรวจยึดรถตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มอกหรือไม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคมนี้ นายสิริชัย หรือแบงค์ แก้วกล่อง อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7289 เพชรบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภโคกขาม จสมุทรสาคร เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่าตนเองขับรถไล่ยิงรถที่วิ่งขวางทาง โดยมี พลตตมานะ อินพิทักษ์ ผบกภจวสมุทรสาคร และ พตททวีป เงินดี รอง ผกก (สอบสวน) สภโคกขาม ร่วมสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 30 มคที่ผ่านมา นสวิไลวรรณ มูลทา เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส จากบ้านพักเขตบางบอน กทม จะไปทำงาน ได้แซงรถกระบะคันหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช วิ่งมา จึงบีบแตร 2 ครั้งเพื่อขอทาง ปรากฏว่ารถนิสสันได้ขับไล่ตาม พร้อมกับมีเสียงดังคล้ายยิงปืน 3-4 ครั้ง ทำให้ นสวิไลวรรณตกใจกลัวรีบหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถหลบเข้าปั๊มน้ำมัน แต่รถเสียหลักพุ่งลงคูข้างทางที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตทเอกชัย-มหาชัย ถนนเอกชัย หมู่ 4 ตโคกขาม อเมืองสมุทรสาคร โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสิริชัยให้การว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปส่งแฟนยังที่ทำงาน แล้วจะกลับรถเพื่อไปทำงาน พอมาถึงจุดกลับรถแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้สนใจเสียงแตรหรือเสียงใดๆ เพราะจะรีบไปทำงาน กระทั่งเย็นหลังเลิกงาน ตนเห็นข่าวในเฟซบุ๊กและคิดว่าตัวเองไม่ผิด จึงบอกพี่สาวพร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ โดยยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ เสียงดังที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเสียงปืนมาจากเสียงท่อแต่งของรถ ยืนยันว่าไม่เคยพกปืนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้นำคลิปกล้องวงจรปิดของรถตนให้ตำรวจตรวจสอบด้วย ด้าน พตททวีปกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีเหตุยิงกัน และตรวจสอบปลอกกระสุนปืนก็ไม่พบ สอบพยานระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายรถแต่งที่มีเสียงดังคล้ายปืน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ยึดรถของนายสิริชัยเพื่อส่งไปตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรณีรถมีเสียงดัง รวมทั้งส่งไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูว่ามาตรฐาน มอกผ่านหรือไม่ จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป。

นากู 6 แลง 2021-04-05 18:27:39

พลตอศรีวราห์ ยังกล่าวถึงศาลให้การคุ้มครองกลุ่มเดินมิตรภาพว่า ท้ายคำพิพากษากลุ่มดังกล่าวต้องทำตามกฎหมาย ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน ส่วนกลุ่มที่มาชุมนุมที่สกายวอล์คจะจุดติดหรือไม่ไม่ใช่หน้าที่ตำรวจ ตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและดูแลความปลอดภัย และขอฝากไปยังผู้ชุมนุมที่จะเข้าร่วมกับแกนนำอีกครั้งวันที่ 10 กพเตือนว่า ถ้ามาอีกก็ถูกดำเนินคดีอีกต่างกรรมต่างวาระ, หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป。ศาลปกครองสูงสุดสั่ง สตชชดใช้ม็อบพันธมิตรฯ รายละ 7 พันถึง 4 ล้านบาท จากเหตุสลายชุมนุม 7 ตค51 ชี้ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ใช้แก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำยิงไม่ถูกวิธี พร้อมยกฟ้องสำนักนายกฯ ตรจ่อตั้งคณะทำงานปฏิบัติตามคำพิพากษา ประทิน เตรียมยื่นศาล รธน วินิจฉัย พธม-กปปส ชุมนุมชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 31 มกราคม ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ 280/2556 หมายเลขแดงที่ อ1442/2560 ในคดีที่นายชิงชัย อุดมเจริญกิจ กับพวกรวม 250 คน ผู้ฟ้องคดี และนายกร เอี่ยมอิทธิพล กับพวกรวม 11 คน ผู้ร้องสอด ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กรณีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตค2551 ทำให้ผู้ชุมนุมได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน โดยคดีนี้ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ อันเป็นการกระทำละเมิดแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอด และมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอด จำนวน 254 ราย โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าการกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการกระทำเพื่อขัดขวางไม่ให้นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ใช่การก่ออาชญากรรมโดยแท้ จึงไม่อาจปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมทั้งหมดด้วยวิธีการเดียวกับการจับกุมผู้กระทำความผิดอาญาได้ แต่หากการชุมนุมเป็นไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ทำให้ผู้อื่นเกิดความเกรงกลัว สตชและสำนักนายกรัฐมนตรี ย่อมมีอำนาจหน้าที่ระงับยับยั้งได้ โดยต้องปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมตามกฎหมายระเบียบ และขั้นตอนวิธีการที่เหมาะสม ไม่ว่าการชุมนุมจะเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ อีกทั้งหลังเกิดเหตุ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งรับฟังได้เป็นที่ยุติตามที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่โต้เถียงกันว่า ก่อนการใช้แก๊สน้ำตาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แต่อย่างใด และยังมีการให้ถ้อยคำของกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมายืนยันในความไม่เหมาะสมในวิธีการสลายการชุมนุมและการใช้แก๊สน้ำตาอีกด้วย พยานหลักฐานดังกล่าวจึงมีน้ำหนักมั่นคงให้รับฟังได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ สตชมีข้อบกพร่องในขั้นตอนการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้ในการสลายการชุมนุม และมีข้อบกพร่องในวิธีการยิงแก๊สน้ำตาโดยยิงในแนวตรงขนานกับพื้น ซึ่งไม่เป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้องที่ต้องยิงเป็นวิถีโค้ง ประกอบกับแก๊สน้ำตาที่นำมาใช้เป็นแก๊สน้ำตาที่ซื้อมาเป็นเวลานาน จึงมีประสิทธิภาพต่ำ จึงต้องใช้แก๊สน้ำตาจำนวนมากเกินกว่าที่จะใช้โดยปกติทั่วไป ทำให้เกิดความปั่นป่วนชุลมุน เกิดความเสียหายต่อผู้ชุมนุมมากเกินกว่าผลตามปกติที่เกิดจากการใช้แก๊สน้ำตาที่มีประสิทธิภาพดีและยิงโดยวิธีการที่ถูกต้อง และยังส่งผลเสียหายไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่มาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บชี้ สตชละเมิดผู้ชุมนุม ซึ่งไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติจะรู้ถึงข้อบกพร่องของขั้นตอนในการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้กับผู้ชุมนุมก่อนการใช้แก๊สน้ำตาและข้อบกพร่องในประสิทธิภาพของแก๊สน้ำตาที่ทำให้ต้องยิงแก๊สน้ำตาเป็นจำนวนมากหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อบกพร่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของนายชิงชัยกับพวก แต่ละรายจึงเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย สิทธิและเสรีภาพ จึงเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สตชจึงต้องรับผิดต่อผู้ได้รับความเสียหาย ส่วนสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะเป็นหัวหน้ารัฐบาล มีอำนาจหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง และการกระทำละเมิดดังกล่าวจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรีที่ให้มีการจัดประชุมแถลงนโยบายที่รัฐสภา แต่มติดังกล่าวเป็นไปตามปกติ เพื่อให้การแถลงนโยบายของรัฐบาลดำเนินการไปได้เท่านั้น หน่วยงานที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคือ สตช สมควรติดตามสถานการณ์และเตรียมการเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจึงไม่ได้กำหนดขั้นตอนและวิธีการในการสลายการชุมนุมแต่อย่างใด แต่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ สตช อีกทั้งเมื่อเริ่มประชุมแล้วเกิดความเสียหาย ย่อมเป็นอำนาจประธานรัฐสภาที่จะสั่งปิดการประชุมเพื่อยุติเหตุการณ์ ดังนั้น นายกฯ และสำนักนายกรัฐมนตรีจึงไม่ได้กระทำละเมิด ในส่วนของค่าเสียหายนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า กรณีสืบเนื่องจากการชุมนุมบางส่วนมีลักษณะทำให้ผู้อื่นเกรงกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ สตช ผู้ถูกฟ้องร้องคดีที่ 1 ที่ต้องระงับยับยั้งการกระทำดังกล่าว เมื่อพิจารณาพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำละเมิดแล้ว เห็นว่าค่าเสียหายที่ศาลปกครองชั้นต้นกำหนดตั้งแต่ 8 พันบาทเศษถึง 5 ล้านบาทเศษ สูงเกินส่วน สมควรลดค่าเสียหายลงร้อยละ 20 จึงมีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ สตชชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นายชิงชัยกับพวกแต่ละรายจำนวนตั้งแต่ 7,120 ถึง 4,152,77184 บาท พร้อมดอกเบี้ย และยกฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ศาลปกครองสูงสุดระบุ ด้านนายตี๋ แซ่เตียว หนึ่งในผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า พอใจมากที่ศาลให้ความยุติธรรม เพราะที่ผ่านมาชีวิตการครองตัวลำบากมาก ไม่สามารถประกอบอาชีพอะไรได้ เนื่องจากยังมีการอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย ซึ่งเป็นผลกระทบจากการสลายการชุมนุม ทำให้ภรรยาต้องประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้ทำให้รู้สึกกลัวและไม่กล้าที่จะไปชุมนุมทางการเมืองอีก หากอนาคตการบริหารบ้านเมืองเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง จะออกมาต่อสู้อีก ส่วนนายชิงชัยกล่าวยอมรับคำพิพากษาว่า แม้ว่าค่าสินไหมที่ได้รับเทียบไม่ได้กับสิ่งที่สูญเสียไป ทุกวันสภาพร่างกายยังไม่ปกติ ต้องไปพบแพทย์ตรวจติดตามเป็นระยะ และไม่ได้รู้สึกกลัวกับการชุมนุม หากเห็นว่ามีการบริหารบ้านเมืองที่ไม่ถูกต้องจะไปร่วมเคลื่อนไหวอีก นายบุญธานี กิตติสินโยธิน ทนายความ กล่าวว่า หลังจากนี้ ทาง สตชต้องชดใช้ให้กับผู้เสียหายตามคำพิพากษาภายใน 60 วัน ส่วนกรณีที่ศาลยกฟ้องในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ทางผู้เสียหายคงต้องยอมรับ เพราะเป็นคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดแล้วตั้งคณะทำงานชดใช้ ขณะที่ พลตอวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบตร) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอคำพากษาอย่างเป็นทางการจากศาล เพราะยังไม่ทราบรายละเอียดของคำพิพากษาว่าให้ดำเนินอย่างไรบ้าง ยืนยันว่า สตช เคารพในคำพิพากษาและพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยทันทีที่ได้รับคำพิพากษาจากศาล จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาปฏิบัติตามขั้นตอนตามคำพิพากษา หลังจากนี้จะมีการหารือกับผู้บังคับบัญชาอีกครั้งว่าจะต้องคณะทำงานกี่ชุด ประกอบด้วยชุดใดบ้าง โดยจะมีการประชุมหารือกันว่าปฏิบัติอย่างไร ใช้งบประมาณส่วนไหนมาใช้ สำหรับการไล่เบี้ยกับผู้ที่สั่งการและผู้ปฏิบัติตาม พรบความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พศ2539 ต้องไปดูในรายละเอียดว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่นั้นเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่อย่างสมเหตุสมผลอย่างเหมาะสมมากน้อยเพียงใดหรือไม่ ต้องดูพฤติเหตุและพฤติการณ์ รวมทั้งลักษณะของการกระทำ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบทุกท่านก็ปฏิบัติตามหน้าที่ ตั้งใจที่จะปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง ส่วนจะไปกระทบหรือละเมิด รวมทั้งรอนสิทธิใคร ซึ่งจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนเพื่อหารายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามระเบียบของ สตช พลตอวิระชัยกล่าว ที่ศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดยพลตอประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ, นายประยงค์ ชัยศรี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายชัยวัฒน์ สินสุวงศ์, พลรอชัย สุวรรณภพ, พลอปรีชา เอี่ยมสุวรรณ ซึ่งได้เดินทางมาเพื่อจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยว่าการต่อสู้ภาคประชาชนที่ผ่านมา ทั้งพันธมิตรฯ องค์การพิทักษ์สยาม และ กปปส ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ปรากฏว่าเอกสารยังไม่ครบ จึงจะมายื่นอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 5 กพนี้ โดยนายประยงค์เปิดเผยว่า ทางกลุ่มต้องการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการออกมาต่อสู้เรียกร้องของภาคประชาชนนั้น กระทำภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือตำรวจและอัยการยังกระทำต่อผู้ที่ชุมนุมอย่างไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ขณะนี้อัยการได้ฟ้องร้อง และ กปปสเพิ่ม ทั้งที่ประชาชนต่อสู้เรียกร้องทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมได้กระทำไปนั้น ทำไปในขอบเขตและภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ยังถูกดำเนินคดี แสดงว่าองค์กรอื่นไม่ยอมผูกพันคำสั่งของรัฐธรรมนูญ ทั้งที่กฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้อย่างชัดแจ้งในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 27 และมาตรา 216 วรรคห้า ซึ่งคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญย่อมผูกพันรัฐ ผูกพันศาล ฉะนั้นตนในนามกลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ จึงมีความประสงค์ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรองรับอีกครั้งหนึ่งถึงการต่อสู้ภาคประชาชน ว่าได้กระทำการภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้อีกครั้ง เมื่อถามว่า จุดประสงค์ที่มาเพื่อให้เป็นผลในคดีอื่นใช่หรือไม่ นายประยงค์กล่าวว่า ใช่ รวมไปถึงคดีที่ยังไม่ดำเนินการ ที่กำลังจะถูกฟ้อง ฉะนั้นการที่อัยการยังนำคดีไปฟ้องต่อศาล แสดงว่าไม่ยอมผูกพันตามรัฐธรรมนูญ เท่ากับเป็นการละเมิดต่อศาลและประชาชน。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

เปิด ยูสเซอร์ ขั้น ต่ำ 50 บาท2021 เล่นฟรี| สล็อต ออนไลน์ มือ ถือ ได้ เงิน จริงลงทะเบียนฟรี| สล็อตหม่าเก๊าลงทะเบียนฟรี| เล่น ไพ่ ออนไลน์ แล้ว ได้ เงิน จริงการพนัน| พนัน esport| เกมยิงปลาฟรีดาวน์โหลด2021 เล่นฟรี| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ลิ้งการเดิมพัน| ฟุตบอล ตําแหน่ง ไหน สําคัญสุดประเทศไทย| การพนัน ภาษาอังกฤษลงทะเบียนฟรี| เสื้อ กีฬา กอล์ฟ แขน ยาว| พนันบอล ภาษาอังกฤษ2021โปรโมชั่น| line สล็อต คือทดลองใช้ฟรี| ฟุตบอล ส วิ ต เซอร์ แลนด์2021โปรโมชั่น| วิเคราะห์ บอล 7mล้มโต๊ะ2021โปรโมชั่น| ดูบอลสด ประเพณี2021 เล่นฟรี| บอลสดวันนี้ ยูฟ่าการพนัน| เว็บ บอล แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ล่าสุดประเทศไทย| ฟุตบอล นครปฐม2021โปรโมชั่น| ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี youtube2021โปรโมชั่น| แอพจับสลากฟุตบอลประเทศไทย| ผล คะแนน ฟุตบอล บุรีรัมย์ลงทะเบียนฟรี| วินเซอร์ คาสิโน ปอยเปตรับเงินบาท| ผล บอล สด มัคคาบี้ ไฮฟาประเทศไทย| ราคา บอล ไหล วัน นี้ สกอร์การพนัน| ดูผลบอลสดมีเสียงรับเงินบาท| เปรียบเทียบราคาบอล ราคาบอลล่าสุดลงทะเบียนฟรี| ยูเอสเอ เนชั่น พรีเมียร์ ซอคเกอร์ ลีก| แทงบอลฟรี 3002021โปรโมชั่น| ฟุตบอล สรุป2021 เล่นฟรี| โปรแกรมพรีเมียร์ลีก 18-19ลุ้นบาท| ข้อหา พนัน บอลลงทะเบียนฟรี| วิเคราะห์บอล 108goalประเทศไทย| วิธีเล่นบาคาร่าให้ได้เงินw882021 เล่นฟรี| สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ในฤดูกาล 2012–13รับเงินบาท| บอลสด 24ลุ้นบาท| มังกรทองการเดิมพัน| ถ่ายทอดสด ฟุตบอล ออนไลน์| ถ่ายทอดสดฟุตบอล พรุ่งนี้ลุ้นบาท| ฟุตบอล ศลุ้นบาท| ดู บอล สด เช ล ซี วัน นี้2021 เล่นฟรี| การเล่น poker ให้เก่งการเดิมพัน| มูลค่าทีมฟุตบอล2021เงินฟรี| ผลบอลสด ภาษาอังกฤษการพนัน| อาชีพ เล่น คา สิ โน| ฟุตบอล ยู 22การพนัน| กติกา กีฬา พื้นบ้าน กอล์ฟ คนจนประเทศไทย| สูตรบาคาร่า เติมเงินไทยฟรี| ตาราง คะแนน ฟุตบอลรับเงินบาท| วิธีเล่นสล็อตxoการพนัน| เล่น happyluke| ผลบอลสดดัชนีราคา 2 in 1การพนัน| มูลค่า ทีม ฟุตบอล ไทย ลีก| ฟุตบอล ม.เกษตรศาสตร์การพนัน| ผลพรีเมียร์ลีกตารางการเดิมพัน| ดูบอลออนไลน์ คม ชัด ระดับ translate to english2021 เล่นฟรี| พนันบอลออนไลน์ฟรีเครดิตรับเงินบาท| คา สิ โน สุด หรูประเทศไทย| ตาราง คะแนน ฟุตบอล ฮอลแลนด์ จูปิแลร์ลีก2021 เล่นฟรี| ดู บอล ออนไลน์ 4kการเดิมพัน| อาชีพ ใน คา สิ โนลงทะเบียนฟรี| คํา ศัพท์ การ พนัน ฟุตบอลประเทศไทย| ดู บอล สด trueการพนัน| สถิติ พรีเมียร์ ลีก ทั้งหมด2021 เล่นฟรี| เว็บบอลแจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก| วิเคราะห์ บอล วัน นี้ 5ดาวประเทศไทย| ลาลีกาสเปนการพนัน| การพนันฟุตบอล ประเภท2021โปรโมชั่น| สูตรบาคาร่า pantipเงินฟรี| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก แมน ยู| แทง บอล บวก ทุก วัน2021โปรโมชั่น| ดูบอลสด ตราด วันนี้ลุ้นบาท| เดิมพันออนไลน์เงินฟรี| กีฬากอล์ฟ ภาษาอังกฤษเติมเงินไทยฟรี| วิเคราะห์ ผล บอล วิเทสส์2021 เล่นฟรี| การพนัน pantip2021 เล่นฟรี| ตารางคะแนนบอล สเปนเงินฟรี| ผล บา ส รัสเซียเงินฟรี| ตาอุด ยูไนเต็ดการเดิมพัน| ผลบอลสดทุกลีกพร้อมราคาการพนัน| สูตร บา คา ร่า แม่น ๆเงินฟรี| ผลบอลสด สํารอง 22021 เล่นฟรี| ยิงปลาโชคดี apkเงินฟรี| เล่นบอลออนไลน์ pantipเติมเงินไทยฟรี| ฟุตบอล สกอตติช พรีเมียร์2021 เล่นฟรี| เกมยิงปลาสุดมันส์ |